มีบทความ 2 บทความซึ่งแสดงถึงการใช้วิธีอื่นเพื่อการประเมินการกระจายของน้ำหนักของร่างกาย ซึ่งเกี่ยวกับภาวะเสี่ยงด้านสุขภาพนั่นคือรอบเอว หนึ่งเหตุผลในหลายๆเหตุผลสำหรับการใช้รอบเอวคือ การวัดโดยตรงของการเพิ่มขึ้นของไขมันที่สะสมรอบๆอวัยวะภายในของมนุษย์ ไขมันชนิดนี้เรียกว่า Visceral Fat (ไขมันชนิดหนึ่งที่อยู่ภายในช่องท้องของคนเรา อยู่ร่วมกับกระเพาะ ลำไส้ ตับ หัวใจ ฯลฯ ยิ่งมี Visceral Fat มากเท่าไหร่ ยิ่งเพิ่มภาวะเสี่ยงต่อโรคหัวใจ หลอดเลือด เบาหวาน ความดัน Visceral Fat จะถูกกำจัดออกไปได้ยากกว่าไขมันที่อยู่ใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat)เพราะฉะนั้นมันเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องวัดตัวเลขสำหรับการกระจายของไขมันร่างกาย
ในการวิจัยที่สอง เป็นกลุ่มจากประเทศเยอรมัน ต้องการที่จะดูว่า ถ้ามีความแตกต่างระหว่างดัชนีมวลกาย (BMI) และรอบเอว ในแง่ของการมีภาวะเสี่ยงสำหรับการพัฒนาไปสู่การเป็นโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ผลของการวิจัยคือ นักวิจัยกำหนดการวัดโดยพวกเขาเองเป็นการวัดที่เหมาะสมสำหรับการประเมินภาวะเสี่ยงสำหรับการเป็นโรคเบาหวาน หรืออาจกล่าวได้ว่า การประเมินภาวะเสี่ยงอย่างถูกต้องสำหรับโรคเบาหวานประเภท 2 การประเมินทั้งสองปัจจัยจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ ผลลัพธ์อื่นๆจากงานวิจัยนี้คือ การที่บุคคลมีค่าดัชนีมวลกายมากกว่า 25 และมีรอบเอวที่ใหญ่จะมีภาวะเสี่ยงของการพัฒนาไปสู่การเป็นโรคเบาหวานประเภท 2 สิ่งที่น่าสนใจไปกว่านั้น คือ การที่บุคคลมีน้ำหนักปกติและมีรอบเอวใหญ่จะมีภาวะเสี่ยงเท่ากับคนที่อ้วนแต่มีรอบเอวเล็ก จุดสำคัญในการคิดเป็นการบ้านคือรอบเอวนั้นสำคัญอย่างไร เริ่มใช้รอบเอวเป็นการวัดสำหรับการที่คุณจะทำการเปลี่ยนแปลงร่างกายของคุณได้อย่างไร ตั้งเป้าหมายของคุณที่จะมีรอบเอวมากกว่า 40 ซ.ม.สำหรับผู้ชาย และ มากกว่า 35 ซ.ม. สำหรับผู้หญิง บันทึกความคืบหน้าของ Slim ของคุณ และดูว่า Slim ช่วยทำให้คุณมีสุขภาพที่ดีขึ้นโดยการลดลงของรอบเอวของคุณ
No comments:
Post a Comment